“เสือเหลือง” พลาดง่ายไป

ในการแข่งขันบุสเดสลีก้า ลีกสูงสุดของประเทศเยอรมนีในฤดูกาลนี้ กรุ๊ป “เสือเหลือง” โบรุสเซียดอร์ตมุนด์


ที่มีการแปลงผู้จัดการทีมใหม่มาเป็นลูเซียง ฟาฟร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมเก๋าชาวประเทศสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาคุมกรุ๊ปในฤดูกาลนี้ รวมถึงทำให้กรุ๊ปมีผลงานในลีกที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็นำจ่าฝูงของลีกอยู่ปัจจุบันนี้ ภายหลังที่ผ่านการแข่งขันชิงชัยไปแล้วแทบจะครึ่งฤดู ซึ่ง 15 คราวแรกพวกเขากลายเป็นกรุ๊ปเดียวในลีกที่ไม่มีพ่าย และไม่แพ้ให้กับกรุ๊ปไหนเลยด้วย โดยสามารถทำให้กรุ๊ปมีเกมรุกที่รุนแรง รวมถึงเกมรับที่ทรหดอดทน ทำให้พวกเขาเก็บคะแนนนำห่างคู่แข่งสำคัญอย่างบาเยิร์น มิวนิคไปได้ถึง 9 คะแนนอย่างยิ่งจริงๆหากแม้แล้วในนัดพบที่ 16 ของฤดูพวกเขาก็ควรต้องแพ้เป็นครั้งแรกของฤดูจนได้ โดยเป็นการบุกไปแพ้ให้กับกรุ๊ปสมาชิกใหม่อย่างฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ กรุ๊ปที่อยู่ในโซนข้างหลังตารางไป 1-2 ในช่วงเวลากลางเดือนธ.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมกลางอาทิตย์ด้วย ซึ่งมันทำให้เป็นการเปิดโอกาสให้กับกรุ๊ป “เสือใต้” ให้กลับมามีหวังที่จะไล่หลัง รวมถึงล่าแชมป์บุนเดสลีก้าในฤดูกาลนี้อีกครั้งด้วย โดยโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ผลงานดีงามๆใน 15 คราวแรก โดยชนะได้ถึง 12 และเสมอ 3 นัด แม้กระนั้นดันมาพลาดท่าให้กับกรุ๊ปข้างหลังตาราง กระทั่งเป็นเกมเลิศก็ตาม แม้กระนั้นหากดูจากสถิติจะเห็นได้ว่าฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ถือว่าเป็นกรุ๊ปจอมแสบสำหรับกรุ๊ปหัวตารางของบุนเดสลีก้าฤดูนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อพวกเขาสามารถเก็บแต้มได้โดยตลอดในขณะที่เจอกับกรุ๊ปใหญ่ในฤดูกาลนี้ ซึ่งพวกเขาเคยบุกไปตีเสมอบาเยิร์น มิวนิคได้ถึงถิ่น 3-3 ในช่วงท้ายเกมมาแล้วด้วย รวมถึงการเอาชนะได้ทั้งฮอฟเฟ่นไฮม์ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน รวมทั้งการแบ่งแต้มกับไลป์ซิกข์ได้อีกด้วย แม้กระนั้นไปแพ้ให้กับกรุ๊ปเล็กๆด้วยกันทั้งสิ้น ทำให้ต้องอยู่ในโซนข้างหลังตารางในฤดูกาลนี้ต่อไป

บาเยิร์น มิวนิค ก็มีการสลับตัวที่ปรึกษาในฤดูกาลนี้อย่างเดียวกัน โดยพวกเขาเลือกนิเก๋ โควัช กุนซือผู้ชายชาวโครเอเชียเข้ามาคุมกรุ๊ปแทน ทำให้พวกเขามีปัญหาในเรื่องของฟอร์มการเล่นด้วยเหมือนกันในช่วงต้นฤดู ทำให้ถูกโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์โกยแต้มทิ้งห่างไปพอเหมาะ แต่ในพักหลังมานี้ฟอร์มการเล่นของกรุ๊ปก็นิ่งขึ้น แล้วก็ทำให้เก็บความมีชัยได้อย่างสม่ำเสมอในตอนหลัง ทำให้พวกเขายังได้ช่องลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าสมัยที่ 7 ติดต่อกันได้อยู่ในฤดูกาลนี้ แม้กระทั่งมีคะแนนตามหลังอยู่พอสมควรก็ตาม

 

 

อ่านต่อได้ที่นี่

 

Author: Keith Campbell